สมการ ...

ความสุขก็คือการที่เราได้ตัดสินใจอะไรได้ด้วยตนเอง

ROMANCE MATHEMATICS

Smart man + smart woman = romance
ผู้ชายเท่ห์ + ผู้หญิงเก่ง = ความโรแมนติก

Smart man + dumb woman = affair
ผู้ชายเก่ง + ผู้หญิงโง่ = ความใคร่

Dumb man + smart woman = marriage
ผู้ชายโง่ + ผู้หญิงเก่ง = การแต่งงาน

Dumb man + dumb woman = pregnancy
ผู้ชายโง่ + ผู้หญิงโง่ = ตั้งท้อง


OFFICE ARITHMETIC

Smart boss + smart employee = profit
เจ้านายเก่ง + ลูกน้องเก่ง = กำไร

Smart boss + dumb employee = production
เจ้านายเก่ง + ลูกน้องโง่ = ผลผลิต

Dumb boss + smart employee = promotion
เจ้านายโง่ + ลูกน้องเก่ง = เลื่อนตำแหน่ง

Dumb boss + dumb employee = overtime
เจ้านายโง่ + ลูกน้องโง่ = OT อย่างเดียว


SHOPPING MATH

A man will pay $2 for a $1 item he needs.
ผู้ชายจ่าย 2 บาท ต่อของ 1 ชิ้นที่เขาต้องการ

A woman will pay $1 for items that she doesn't need.
แต่ ผู้หญิง จ่าย 1 บาท ต่อ ของหลาย ๆ ชิ้น ที่เธอไม่ต้องการ


GENERAL EQUATIONS & STATISTICS

A woman worries about the future until she gets a husband.
ผู้หญิงจะกังวลเกี่ยวกับอนาคตจนกว่าจะมีสามี

A man never worries about the future until he gets a wife.
แต่ ผู้ชายไม่เคยกังวลเลยเกี่ยวกับอนาคตเลยจนกระทั่งมีภรรยา

A successful man is one who makes more money than his wife can spend.
ผู้ชายที่ประสบความสำเร็จ คือ คนที่สามารถหาเงินได้มากกว่าที่ภรรยาใช้

A successful woman is one who can find such a man.
แต่ผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จ คือ คนที่สามารถหาสามีได้อย่างคนข้างบน


HAPPINESS

To be happy with a man, you must understand him a lot and love him a little.
การจะมีความสุขกับผู้ชายคนนึง คุณจะต้องเข้าใจเค้ามาก ๆ แต่รักเค้าน้อย ๆ

To be happy with a woman, you must love her a lot and not try to understand her at all.
การจะมีความสุขกับผู้หญิงคนนึง คุณต้องรักเธอมาก ๆ และไม่ต้องพยายามอะไรในตัวเธอทั้งสิ้น


LONGEVITY

Married men live longer than single men do, but married menare a lot more willing to die.
ผู้ชายที่แต่งงานแล้วจะมีอายุยืนกว่าชายโสด แต่ชายที่แต่งงานแล้วกลับเต็มใจเลือกที่จะตายมากกว่าอยู่


PROPENSITY TO CHANGE

A woman marries a man expecting he will change, but he doesn't.
ผู้หญิงแต่งงานกับผู้ชายคนนึงและหวังว่าจะเปลี่ยนแปลงเค้าได้ แต่ผู้ชายไม่เปลี่ยน

A man marries a woman expecting that she won't change, and she does.
ส่วนผู้ชายแต่งงานกับผู้หญิงและหวังว่าเธอคงจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่เธอก็เปลี่ยน


DISCUSSION TECHNIQUE

A woman has the last word in any argument.
ผู้หญิงมักมีคำพูดสุดท้ายในการโต้เถียง

Anything a man says after that is the beginning of a new argument.
แต่อะไรก็ตามที่ผู้ชายพูดออกมาต่อจากนั้น จะเป็นการเริ่มการโต้เถียงครั้งใหม่

กระดาษ จินตนาการ


























setup ubuntu ให้ใช้งาน Advanced Desktop Effects

ubuntu 8.04

1. ลง ccsm
sudo apt-get install simple-ccsm

2. enable Device driver
ก่อนอื่น backup /etc/X11/xorg.conf ไว้ก่อน หากมีปัญหาก็ค่อย Ctrl-Alt-F1 เข้าไป restore
เข้า menu System > Administrator > Hardware Drivers แล้วค่อย Enable
reboot เลยง่ายดี

3. enable Desktop Cube
เข้า menu System > Preferences > Simple CompizConfig Settings Manager
เข้า tab Desktop
set Desktop columns = 4

4. enable Advance Desktop Effect
เข้า menu System > Preferences > Advanced Desktop Effects Settings
ลองเลือก effect แล้วทดลองดู
ปุ้ม super = ปุ่ม win key

ขำขำ แต่ขำไม่ออก

The One












set ubuntu ให้ใช้ grave เป็น key สลับภาษา

วิธีการใช้กับ Xorg แฟ้มที่เกี่ยวข้องมีดังนี้
$XkbPATH/symbols/group
$XkbPATH/rules /base*
โดย $XkbPATH จะขึ้นอยู่กับ Distro
Ubuntu/TLE /etc/X11/xkb
Debian/SID/Etch /usr/share/X11/xkb
FC6 /usr/share/X11/xkb
ในแฟ้ม group ให้เพิ่มบรรทัดต่อไปนี้

partial modifier_keys
xkb_symbols "grave_toggle" {
virtual_modifiers AltGr;
key <TLDE> {
symbols[Group1]= [ ISO_Next_Group ],

symbols[Group2]= [ ISO_Prev_Group ],

virtualMods= AltGr
};
};


หมายเหตุ: กฏการเขียนอาจเขียนได้แตกต่างจากนี้ได้อีก

ในแฟ้ม base เพิ่มบรรทัดต่อไปนี้บริเวณที่เหมาะสม
   grp:grave_toggle      =       +group(grave_toggle)


ในแฟ้ม base.lst เพิ่มบรรทัดต่อไปนี้บริเวณที่เหมาะสม
   grp:grave_toggle     Grave key changes group.


และ ในแฟ้ม base.xml เพิ่มบรรทัดต่อไปนี้บริเวณที่เหมาะสม

<option>
<configItem>
<name>grp:grave_toggle</name>
<description>Grave key changes group.</description>
</configItem>
</option>


http://www.mrchoke.org/node/154
Subject: FW: มหาเศรษฐีอันดับสองของโลก Warren Buffet วอร์เรน บัพเฟตต์
Date: Wed, 21 Mar 2007 12:57:17 +0000


>
>
> >>ชีวิตพอเพียงของมหาเศรษฐีอันดับสองของโลก Warren Buffet วอร์เรน บัพเฟตต์
> >>
> >>แปลโดย Wilai Trakulsin
> >>
> >> มีรายการสัมภาษณ์หนึ่งชั่วโมงของสถานีโทรทัศน์ CNBC สัมภาษณ์
> >>วอร์เรน
> >>บัพเฟตต์
> >>มหาเศรษฐีอันดับสองของโลก (รองจากบิล เกตส์) ซึ่งบริจาคเงินให้การกุศล 31,000
> >>ล้านดอลล่าร์
> >> ต่อไปนี้คือแง่มุมบางส่วนที่น่าสนใจยิ่งจากชีวิตของเขา:
> >>
> >> 1) เขาเริ่มซื้อหุ้นครั้งแรกเมื่ออายุ 11 ขวบ และปัจจุบันบอกว่า
> >>รู้สึกเสียใจที่เริ่มช้าไป!
> >>
> >> 2) เขาซื้อไร่เล็กๆ เมื่ออายุ 14 โดยใช้เงินเก็บจากการส่งหนังสือ
> >>พิมพ์
> >>
> >> 3) เขายังอาศัยอยู่ในบ้านเล็กหลังเดิมขนาด 3 ห้องนอน
> >>กลางเมืองโอมาฮา
> >>ที่ซื้อไว้
> >>หลังแต่งงานเมื่อ 50 ปีก่อน เขาบอกว่ามีทุกสิ่งที่ต้องการในบ้านหลังนี้
> >>บ้านเขา
> >>ไม่มีรั้วหรือกำแพงล้อม
> >>
> >> 4) เขาขับรถไปไหนมาไหนต้วยตนเอง ไม่มีคนขับรถหรือคนคุ้มกัน
> >>
> >> 5) เขาไม่เคยเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัว
> >>แม้จะเป็นเจ้าของบริษัทขาย
> >>เครื่องบินส่วน
> >>ตัวที่ใหญ่ที่สุดในโลก
> >>
> >> 6) บริษัท เบิร์กไช แฮทะเวย์ ของเขามีบริษัทในเครือ 63 บริษัท เขา
> >>เขียนจดหมายถึง
> >>ซีอีโอของบริษัทเหล่านี้เพียงปีละฉบับเดียว เพื่อให้เป้าหมายประจำปี
> >>เขาไม่เคย
> >>นัดประชุมหรือโทรคุยกับ
> >>ซีอีโอเหล่านี้เป็นประจำ
> >>
> >> 7) เขาให้กฎแก่ ซีอีโอ เพียงสองข้อ
> >> กฎข้อ 1 อย่าทำให้เงินของผู้ถือหุ้นเสียหาย
> >> กฎข้อ 2 อย่าลืมกฎข้อ 1
> >>
> >> 8 ) เขาไม่สมาคมกับพวกไฮโซ การพักผ่อนเมื่อกลับบ้าน คือทำข้าวโพดคั่ว
> >>กินและดู
> >>โทรทัศน์
> >>
> >> 9) บิล เกตส์ คนที่รวยที่สุดในโลก เพิ่งพบเขาเป็นครั้งแรกเมื่อห้าปี
> >>ก่อน บิล เกตส์คิดว่า
> >>ตนเองไม่มีอะไรเหมือนวอร์เรน บัพเฟตต์เลย จึงให้เวลานัดไว้เพียงครึ่งชั่วโมง
> >>แต่เมื่อบิล เกดส์ได้พบ
> >>บัฟเฟตต์จริงๆ ปรากฏว่าคุยกันนานถึงสิบชั่วโมง และบิล
> >>เกตส์กลายเป็นผู้มีศรัทธา
> >>ในตัววอร์เรน
> >>บัพเฟตต์
> >>
> >> 10) วอร์เรน บัพเฟตต์ ไม่ใช้มือถือ และไม่มีคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงาน
> >>
> >> 11) เขาแนะนำเยาวชนคนหนุ่มสาวว่า: จงหลีกห่างจากบัตรเครดิตและลงทุนใน
> >>ตัวคุณเอง
> >>
> >>
> >>ที่สุดของชีวิต คือ มีปัจจัย๔ อย่างเพียงพอนั่นเอง
> >>
> >>มหาเศรษฐีหรือยาจก กินข้าวแล้วก็อิ่ม1มื้อ เท่ากัน
> >>มหาเศรษฐีหรือยาจก มีเสื้อผ้ากี่ชุด ก็ใส่ได้ทีละชุด เท่ากัน
> >>มหาเศรษฐีหรือยาจก มีบ้านหลังใหญ่แค่ไหน พื้นที่ที่ใช้จริงๆ ก็เหมือนกันคือ
> >>ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว
> >>เหมือนกัน
> >>มหาเศรษฐีหรือยาจก จะมียารักษาโรคดีแค่ไหน ยื้อชีวิตไปได้นานเพียงไร
> >>สุดท้ายก็
> >>ต้องตาย เหมือนกัน
> >>
> >>....มองทะลุวัตถุนิยม และเห็นความหมายที่แท้จริงของชีวิต